คำถามที่พบบ่อย - การแพทย์แผนไทย

FAQs - การแพทย์แผนไทย

ห้ามนวดในกรณีต่อไปนี้

•ผู้ที่มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หรือโรคติดเชื้อเฉียบพลัน

•บริเวณที่มีการอักเสบจากการติดเชื้อ 

•บริเวณที่กระดูกแตก หัก ปริ ร้าว ข้อเคลื่อน 

•โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวานที่ยังควบคุมอาการให้เป็นปกติไม่ได้ 

•โรคผิวหนังมีแผลเปิดเรื้อรัง 

•โรคติดต่อระยะแพร่เชื้อ 

•โรคมะเร็ง 

•บริเวณแผลหลังผ่าตัด ที่ยังไม่หายสนิท 

•มีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง

 

* ทั้งนี้ในการตรวจประเมินก่อนการนวดให้อยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์แผนไทยผู้ทำการรักษา

 

ควรระวังในการนวดในกรณีต่อไปนี้

•เด็ก หญิงมีครรภ์ หรือผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่ต้องระวังในการบาดเจ็บจากแรงกดนวดซึ่งเกิดได้ง่าย 

•เป็นโรคของหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงโป่งพอง หลอดเลือดอักเสบ หลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis)

•เป็นโรคเบาหวาน ที่คุมระดับน้ำตาลได้

•มีภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง

•มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด หรืออยู่ระหว่างการได้รับยาละลายลิ่มเลือด

•บริเวณที่เคยได้รับการผ่าตัด ใส่เหล็ก หรือข้อเทียม

•บริเวณบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี

•บริเวณที่ปลูกถ่ายผิวหนัง

•บริเวณที่ทำศัลยกรรมตกแต่ง

 

* ทั้งนี้ในการตรวจประเมินก่อนการนวดให้อยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์แผนไทยผู้ทำการรักษา

 

•ขณะมีประจำเดือนไม่ควรนวดเพราะจะเกิดการอักเสบหรือมีเกิดภาวะไข้ขึ้นหลังการนวดได้ง่าย 

•ในกรณีที่มีอาการปวดมาก ขณะมีประจำเดือนควรประคบร้อน หรือเพียงแค่ นวดคลายบริเวณที่ปวดเป็นช่วงเวลาสั้นๆ 

 

ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงนั้นสามารถนวดได้แต่ก่อนนวดนั้นควรจะที่วัดความดันโลหิตก่อนหากมีความดันโลหิตเกิน 140/90 mm.Hg ไม่ควรนวดแต่ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์แผนไทย 

•หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรนวดในช่วงสามเดือนแรกและสามเดือนหลังก่อนคลอด ถ้ามีอาการปวดควรทำการประคบช่วยคลายกล้ามเนื้อ

•ในช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน สามารถนวดได้ตามตำแหน่งกล้ามเนื้อที่มีอาการปวด โดยอยู่ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์แผนไทย

 

การนวดนั้นไม่ควรนวดทุกวันเพราะกล้ามเนื้อจะเกิดการระบมได้ และประโยชน์ที่ได้จากการนวดจะน้อย เว้นแต่เป็นโรคที่แพทย์แผนไทยระบุว่าควรทำการนวดติดต่อทุกวัน เช่น อาการคอตกหมอน อาการยอกหลัง

•ช่วยกระตุ้นการทำงานระบบการไหลเวียนโลหิต ทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย บำรุงผิวพรรณ

•บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ภูมิแพ้ คลายกล้ามเนื้อ ทำให้นอนหลับสบาย

 

 

การตรวจสุขภาพตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยในสถานบริการภาครัฐเป็นสิทธิการรักษาพยาบาลพื้นฐานที่ประชาชนสามารถรับบริการได้ โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาจะพิจารณาให้บริการทางการแพทย์แผนไทยแก่คนไข้ในแต่ละราย ได้แก่ นวดเพื่อรักษาประคบสมุนไพร อบสมุนไพร ทับหม้อเกลือ(การบริบาลมารดาหลังคลอด) ยาสมุนไพรและให้คำปรึกษาด้านการแพทย์แผนไทย เป็นต้น

 

เลขที่ 693 ถ.บำรุงเมือง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. 10100 (จุดสังเกต ใกล้กับโรงพยาบาลหัวเฉียว ร้านยา GPO ประตูทางเข้ามูลนิธิ พอสว.)

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ  0 2224 3261 ถึง 2 กด 0 ประชาสัมพันธ์

 

รถโดยสารประจำทาง(รถเมล์) ได้แก่ สาย 8 และสาย 53

การเดินทางมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใช้รถโดยสารประจำทาง(รถเมล์) สาย 8 ลงป้ายสะพานขาว

การเดินทางมาจากเทเวศน์ ใช้รถโดยสารประจำทาง(รถเมล์)

สาย 53 ลงป้ายสี่แยกกษัตริย์ศึก

ให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งในระบบผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยในด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการได้ทุกวัน(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 

โดยติดต่อขอทำบัตรประจำตัวผู้ป่วยที่งานเวชระเบียน แผนกผู้ป่วยนอก

และควรนำผลการตรวจวินิจฉัยอื่นมาพร้อมด้วย

อัตราค่ารักษาพยาบาลสามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิของผู้ป่วย

 

ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการได้ทุกวัน(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)โดยติดต่อขอทำบัตรประจำตัวผู้ป่วย

ที่งานเวชระเบียนแผนกผู้ป่วยนอก โดยแพทย์แผนไทยจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยตามขั้นตอน

สามารถโทรศัพท์นัดหมายล่วงหน้า

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ  0 2224 3261 ถึง 2 กด 0 ประชาสัมพันธ์

เปิดให้บริการทุกวัน ปิดให้บริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามประกาศของโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยฯ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30น.

ให้บริการตรวจวินิจฉัยรักษาโรคทั่วไปด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน อาทิ การนวดรักษา การประคบสมุนไพร การอบสมุนไพร การจ่ายยาสมุนไพร การตอกเส้น ฝังเข็มรักษาโรค

อัตราค่ารักษาพยาบาลสามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิของผู้ป่วย

สามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงสิทธิสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ เบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.บัตรประชาชนตัวจริง เจ้าของสิทธิที่ต้องการทำจ่ายตรง

(ถ้าเป็นเด็กที่ยังไม่มีบัตรประชาชน ให้ใช้สูติบัตรหรือทะเบียนบ้านแทน)

2.บัตรโรงพยาบาลตัวจริงหรือเลขประจำตัวผู้ป่วยโรงพยาบาล

 (กรณี เป็นผู้ป่วยเก่า รพ.ที่ยังไม่สแกนสิทธิ)

3.ตัวผู้ป่วยที่ต้องการเบิกจ่ายตรง

(ถ้าเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ให้บิดา มารดา สแกนลายนิ้วมือแทน)

4.กรณีใช้สิทธิคู่สมรส บิดา-มารดา บุตร ให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชน

ของเจ้าของสิทธิมาด้วย

สถานที่สมัคร

งานเวชระเบียน แผนกผู้ป่วยนอก

เวลารับสมัคร

ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 15.30 น.

ขั้นตอนการสมัคร

1.ยื่นบัตรประชาชน และบัตรโรงพยาบาลกับเจ้าหน้าที่เพื่อรับคิวสมัครเบิกตรง

2.กรอกข้อมูลในใบสมัคร รอเรียกคิวเพื่อสแกนลายนิ้วมือ

3.สแกนนิ้วมือ

การใช้สิทธิ

หลังจากสแกนนิ้วมือแล้ว 3 สัปดาห์ จึงจะสามารถใช้สิทธิจ่ายตรงได้

สิทธิจะ Online ในระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อมีการลงทะเบียนกับโรงพยาบาล

สามารถใช้สิทธิได้ทันที

โมบายแอปพลิเคชัน

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้​ 

 

appstore

 

playstore

สามารถติดต่อเราผ่าน Line

ได้แล้ววันนี้

 

สแกนเเพื่อเพื่มเพื่อน 

เพิ่มเพื่อน

ติดตาม กรมการแพทย์แผนไทยฯ

ผ่านทางโซเชียลมีเดีย​ได้ที่ 

 

facebook icon youtube icon youtube icon 02

old webfeedback footer

logo DTAM 2017
กรมการแพทย์แผนไทย
และการแพทย์ทางเลือก

เลขที่ 88/23 หมู่ 4 ถนนติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000  

 

โทรศัพท์ : (+66) 0-2591-7007

โทรสาร : (+66) 0-2591-7809

facebook